พัฒนาการของเมืองจีน

0
104

การปฎิวัติของเมืองจีนในยุคกลางในรอบหลายร้อยปีที่ล่วงเลยไป

ได้บุกทำลายคุณประโยชน์ด้านวัฒนธรรมค่าทางด้านสังคมไปๆมากๆโดยยิ่งไปกว่านั้นความนิยมพื้นฐานเดิมเป็น ความกลมกลืนในกิจกรรมทั้งหมดทุกอย่าง ซึ่งสามารถหลบหลีกความเคร่งเครียด การยินยอมรับ การไกล่เกลี่ย อะลุ้มอล่วย รวมตลอดถึงวัฒนธรรมในด้านความมีระเบียบเรียบร้อย ความเชื่อมโยงเป็นลำดับชั้น คุณความดีของผู้ดูแล จิตสำนึกในการศึกษาวิจัย
จารีตจีนแผ่นดินใหญ่ มีส่วนช่วยสำหรับในการสร้างคุณค่าสำหรับในการสร้างประเทศ รวมทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจให้ยุคใหม่ ความลดเสื่อมของสถาบันจีนโบราณเกิดขึ้น ด้วยเหตุว่าความบากบั่นจะสร้างเสริมเมืองจีนขึ้นใหม่ มีคนประเทศอื่นเข้ามาครองบ่อย แต่ละครั้งได้ดูดซึมวัฒนธรรมของชาวต่างประเทศนั้น ให้เข้ามากลมกลืนไปกับคนจีน และก็ล่อใจคนจีนให้หันไปนิยมต่างประเทศไปอีก ในบางมุมมองของวัฒนธรรม การรุกรานของฝรั่ง มีส่วนสร้างให้จีนมีอารยธรรมหนักแน่น เพราะเหตุว่าจำเป็นต้องปกป้องตนเอง ได้สร้างศูนย์รวมอำนาจไว้กับศูนย์กลาง มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมเป็นของตัวเอง
อารยธรรมตะวันตกอำนาจ เมื่อแรกไปสู่เมืองจีนก็ไม่ค่อยร้ายแรงนัก ถัดมาเมื่อวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรมรุ่งเรืองก้าวหน้า ก่อให้เกิดปัญหารุกรามวัฒนธรรมจีน ตั้งแต่คริสศตวรรษที่ ๑๘ – ๑๙ โลกตะวันตกมีอำนาจทางการทหารเยอะขึ้นเรื่อยๆ ได้บีบคั้นให้คนจีนจะต้องผูกพันกับชาวตะวันตกในรูปกิจการค้า มีการเจอหน้าระหว่างความคุ้นเคยของสังคมเกษตรกรรม กับสังคมอุตสาหกรรม แนวโน้มสำหรับเพื่อการเห็นด้วยสังคมอุตสาหกรรมก็เลยได้เกิดขึ้น ในคริสศตวรรษที่ ๒๐
สถาบันครอบครัว ในประวัติศาสตร์ ครอบครัวชาวจีนมี ๓ – ๕ ชั่วลูกชั่วหลาน อาศัยอยู่รวมกัน ซึ่งส่งผลมาจากลัทธิขงจื้อ ที่จะจำเป็นต้องชุบเลี้ยงพ่อ คุณแม่ของครอบครัวที่ลูกชายนำเอาเมียมาอยู่ร่วมเป็นครอบครัวขยาย ทำให้สังคมของจีนมีความยั่งยืนมั่นคงเป็นสาธารณะ
แซ่ของจีน เป็นคำผสมจากคำว่า หญิง” กับคำว่า เกิด คือ การกำเนิดจากหญิง คำว่า แซ่” ก็คือ ชื่อของคนหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นจากหญิงคนหนึ่ง การตั้งแซ่บางครั้งอาจจะตั้งจากชื่อเมือง ตำแหน่งราชการ อาชีพ ที่อยู่ เรื่องในยุคนั้นนับว่า ชายอายุ ๓๐ ปี หญิงอายุ ๒๐ ปี สมควรที่จะสมรสกัน
ชีวิตความเป็นอยู่ (ในบ้านนอกในชีวิตทุกๆวันของชาวชีวิตต่างจังหวัดของคนจีนเป็น หมู่บ้าน กสิกรจำเป็นต้องเดินทางไปยังนาของตนเอง เริ่มดำเนินงานแต่เช้ามืด จบรวมทั้งสิ้นสุดลงด้วยการพบปะเสวนากับเพื่อนบ้านนานๆในวันแล้ววันเล่า ตามถนน ค่ำๆจะเอาตะเกียง รวมทั้งภาชนะใส่ของกิน ออกมาประชุมคุยกันเป็นกรุ๊ป แล้วบริโภคอาหารเย็นด้วยกัน ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปที่พักที่อาศัยของตนเอง
ทดลองดูด้านนอก ลักษณะหมู่บ้านของจีนจะมีลักษณะเครื่องหมายคล้ายกัน หมู่บ้านของคนจีนทางตอนใต้ ชอบปลูกอยู่ชิดกัน และก็มีความคับแคบมากยิ่งกว่าทางทางเหนือ นิยมใช้ไผ่ และก็ฟางข้าวทำเป็นบ้าน ส่วนหมู่บ้านทางภาคเหนือ ชอบมีกำแพงล้อมบ้านค่อนข้างจะสูง แล้วก็ก่อด้วยก้อนอิฐ สิ่งหนึ่งที่เป็นจารีตประเพณี ที่เห็นได้ชัดของหมู่บ้านตามต่างจังหวัดเป็น การมีสาธารณสมบัติด้วยกัน ดังเช่น ศาลเจ้า แอ่งน้ำ ถ้าหากเป็นหมู่บ้านใหญ่จะมีวัด
คนจีนอดีต นิยมที่จะใช้ใบไม้จากต้นไม้รวมทั้งหนังสัตว์ที่ได้จากการล่าเป็นเครื่องแต่งกาย แม้กระนั้นเมื่อถัดมา องค์พระกษัตริย์อึ้งตี่ ได้กระทำสอนให้ประชากรทั่วๆไปเลี้ยงตัวไหม รวมทั้งใส่เครื่องแต่งตัวที่จำจากหนอไหม ของกินก็เป็นของกินแบบธรรมชาติ

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here